ReadyPlanet.com
dot dot
dot
โทร 0863669106-7 หรือ 029455901-2
dot
dot
Jidapa Travel Line QR
dot
dot
ทัวร์เอเซีย
dot
bulletทัวร์ เกาหลี
bulletทัวร์ ญี่ปุ่น
bulletทัวร์ เนปาล
bulletทัวร์ บรูไน
bulletทัวร์ อินเดีย
bulletทัวร์ พม่า
bulletทัวร์ เวียดนาม
bulletทัวร์ บาหลี
bulletทัวร์ ไต้หวัน
bulletทัวร์มาเลเซีย สิงคโปร์
bulletทัวร์ ลาว
bulletทัวร์ ภูฏาน
bulletทัวร์เขมร
dot
ทัวร์จีน
dot
bulletทัวร์ จีน
bulletทัวร์ จางเจียเจี๊ย
bulletทัวร์ จิ่วไจ้โกว
bulletทัวร์ เรือสำราญแม่น้ำแยงซีเกียง
bulletทัวร์ มาเก๊า-ฮ่องกง-จูไห่
bulletทัวร์ ปักกิ่ง
bulletทัวร์ เซี่ยงไฮ้
bulletทัวร์ ฮาร์บิน
dot
ทัวร์ยุโรป
dot
bulletทัวร์ ยุโรป Premium
bulletทัวร์ ยุโรป โปรโมชั่น
bulletทัวร์ยุโรป Special Design
bulletทัวร์ รัสเซีย
bulletทัวร์ สเปน-โปรตุเกส
bulletทัวร์ โครเอเชีย
bulletทัวร์ กรีซ
bulletทัวร์อเมริกา แคนาคา แม๊กซิโก
bulletทัวร์ ตุรกี
bulletทัวร์ อิตาลี
dot
ทัวร์ออสเตรเลีย ทัวร์นิวซีแลนด์ ทัวร์โอเชียเนีย
dot
bulletทัวร์ ออสเตรเลีย
bulletทัวร์ นิวซีแลนด์
bulletทัวร์ เซี่ยงไฮ้ Expo
dot
ทัวร์แอฟริกา
dot
bulletทัวร์ แอฟริกาใต้
bulletทัวร์ โมรอคโค
bulletทัวร์ อียิปต์
dot
ทัวร์ตะวันออกกลาง
dot
bulletทัวร์ จอร์แดน
dot
ทัวร์ในประเทศ
dot
bulletทัวร์ในประเทศ
dot
ข้อมูลท่องเที่ยวต่างประเทศ
dot
bulletKorea ข้อมูลเที่ยวเกาหลี
bulletการสำรองที่นั่งทัวร์เกาหลี
bulletChina ข้อมูลเที่ยวจีน
bulletJapan ข้อมูลเที่ยวญี่ปุ่น
bulletNapal ข้อมูลเที่ยวเนปาล
bulletSingapore ข้อมูลเที่ยวสิงคโปร์
bulletTurkey ข้อมูลเที่ยวตุรกี
bullet Croatia ข้อมูลโครเอเชีย
bulletTravel Tip เคล็ดลับเที่ยวนอก
dot
คลังภาพ Gallery
dot
bulletรวมภาพแบบ Slide
bulletรวมภาพท่องเที่ยว
bulletรวมภาพ เที่ยวญี่ปุ่น
bulletแชร์ภาพ
dot
WebBoard
dot
bulletกระทู้
dot
Links
dot
bulletแลก Links
bulletข้อมูลประเทศภูฎาน


จองทัวร์ tour booking
ทัวร์เกาหลี แพคเกจทัวร์เกาหลี
ทัวร์ญี่ปุ่น แพจเกจทัวร์ญี่ปุ่น เที่ยวญี่ปุ่น
ทัวร์ออสเตรเลี - ทัวร์นิวซีแลนด์
ทัวร์เนปาล แพคเกจทัวร์เนปาล เที่ยวเนปาล
ทัวร์สิงคโปร์ - แพคเกจทัวร์สิงคโปร์
ทัวร์ยุโรป ท้วร์สวิส ทัวร์อิตาลี ทัวร์เสปน ทัวร์ออสเตรีย ทัวร์เยอรมัน ทัวร์ฝรั่งเศส
Credit Card Accept
จิดาภา ทัวร์
จิดาภา ทราเวล ลิ้งค์


EXCLUSIVE TURKEY+KAZAKSTAN 9 DAYS article

EXCLUSIVE TURKEY+KAZAKSTAN 9 DAYS (JD PRD MUK)

 


บินโดย Air Astana ได้รับรางวัล World Airline SKYTRAX Award 3 ปีซ้อน
โรงแรมมาตรฐานระดับ 5 ดาว
 รถโค้ชพร้อม Wifi ท่านจะไม่พลาดเรื่องการสื่อสาร
 เข้าชม Local Cave House พร้อมดื่มชา กาแฟ ที่เมือง Cappadocia
พิเศษ !!! ขากลับแวะเที่ยวชมเมือง Almaty ประเทศคาซัคสถาน 
กรุ๊ปวันที่     16-24 ต.ค. 2558, 23-31 ต.ค. 2558
ราคาเริ่มที่ 55,900 / ท่าน

 

วันแรกของการเดินทาง     สนามบินสุวรรณภูมิ-เมืองอัลมาตี้-กรุงอิสตันบูล

07.30 น.                  พบกันที่ เคาน์เตอร์เช็คอิน R ประตู 9 สายการบิน  แอร์ แอสตาน่า  KC  เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกทางด้านสัมภาระและเอกสารการเดินทางก่อนขึ้นเครื่อง

10.30 น.                  ออกเดินทางสู่ กรุงอิสตันบูล โดยสายการบิน  แอร์ แอสตาน่า เที่ยวบินที่ KC 932

สายการบินที่ได้รับรางวัล World Airlines Skytrax Awards ปี 2012, 2013, 2014 สามปีติดต่อกัน (ใช้เวลาบิน 6 ชั่วโมง 50 นาที)

16.20 น.                  เดินทางถึงสนามบิน อัลมาตี้ล Almaty  ประเทศ คาซัคสถาน Kazakhstan เปลี่ยนเที่ยวบิน

17.55 น.                  ออกเดินทางสู่ กรุงอิสตันบูล โดยสายการบิน  แอร์ แอสตาน่า เที่ยวบินที่ KC 911

20.40 น.                  เดินทางถึงสนามบิน กรุงอิสตันบูล Istanbul  ประเทศ ตุรกี นำท่านเดินทางสู่โรงแรมที่พัก

พักค้างคืน ที่ Steingenberger Hotel 5*หรือเทียบเท่า  

วันที่สองของการเดินทาง     ฮิปโปโดรม-สุเหร่าสีน้ำเงิน-โบสถ์เซนต์โซเฟีย-พระราชวัง

                                        ทอปกาปึ-อ่างเก็บน้ำใต้ดินเยเรบาตัน-ช้อปปิ้งแกรนด์บาร์ซาร์

เช้า                   รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

หลังจากนั้นนำท่านชมสนามแข่งม้าของชาวโรมัน หรือ ฮิปโปโดรม Hippodrome หรือ จัตุรัสสุลต่านอาห์เมต สร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิ เซปติมิอุส เพื่อใช้เป็นที่จัดแสดงกิจกรรมต่าง ๆ ของชาวเมือง ต่อมาในสมัยของจักรพรรดิคอนสแตนติน ฮิปโปโดรม ได้รับการขยายให้กว้างขึ้น ตรงกลางเป็นที่ตั้งแสดงประติมากรรมต่าง ๆ ซึ่งสวนใหญ่เป็นศิลปะในยุคกรีกโบราณ ในสมัยออตโตมันสถานที่แห่งนี้ใช้เป็นที่จัดงานพิธี แต่ในปัจจุบันเพลือเพียงพื้นที่ลานด้านหน้ามัสยิดสุลต่านอะห์เมต ซึ่งเป็นที่ตั้งของเสาโอเบลิกส์ 3 ต้น คือ เสาที่สร้างในอียิปต์ เพื่อถวายแก่ฟาโรห์ตุตโมซิส ที่ 3 ถูกนำกลับมาใช้ไว้ที่อิสตันบูล เสาต้นที่สอง คือ เสางู และเสาต้นที่สาม คือ เสาคอนสแตนตินที่ 7  จากนั้นนำท่านเข้าชม สุเหร่าสีน้ำเงิน Blue Mosque ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยสุลต่านอะห์เมตที่ 1 ซึ่งมีพระประสงค์ที่จะสร้างมัสยิดของจักรวรรดิออตโตมันให้มีความงดงามและยิ่งใหญ่กว่า โบสถ์เซนต์โซเฟีย St. Sophia ของจักรวรรดิ ไบแซนไทน์ให้ได้ โดยมัสยิดแห่งนี้สร้างประจันหน้ากับโบสถ์เซนต์โซเฟีย อย่างไรก็ตาม โบสถ์เซนต์โซเฟีย ก็ยังคงเป็นโบสถ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในตุรกีจวบจนปัจจุบัน นำท่านเข้าชม โบสถ์เซนต์โซเฟีย St. Sophia ซึ่งเป็นศิลปะแบบไบแซนไทม์ ได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ สร้างขึ้นสมัยจักรพรรดิคอนสแตนติน ของจักรวรรดิไบแซนไทม์ เดิมใช้เป็นโบสถ์คริสต์แต่หลังจากจักรวรรดิออตโตมันเข้ามาปกครองจึงได้เปลี่ยนโบสถ์ดังกล่าวมาเป็น

 

 

มัสยิด แต่ได้เปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติในสมัย เคมาล อะตาเติร์ก หลังจากที่เป็นโบสถ์ในศาสนาคริสต์เป็นเวลากว่า 916 ปี และเป็นมัสยิดของศาสนาอิสลามอีกกว่า 447 ปี ปัจจุบันเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมความงามและความยิ่งใหญ่ ภายในมีภาพประดับโมเสกทองที่สมบูรณ์บ่งบอกถึงความศรัทธาอันแรงกล้าของจักรพรรดิคอนสแตนตินที่มีต่อคริสต์ศาสนา

เที่ยง                รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน

นำท่านเข้าชม พระราชวังทอปกาปึ Topkapi Palace ซึ่งสร้างในสมัยสุลต่านเมห์เมตที่ 2 หรือ เมห์เมต ผู้พิชิต ภายหลังที่ทรงตีกรุงคอนสแตนติโนเปิล หรือ อิสตันบูลในปัจจุบันได้แล้ว ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะให้เมืองนี้เป็นศูนย์กลางของอาณาจักรออตโตมัน จึงโปรดให้มีการสร้างพระราชวังนี้ขึ้นเป็นที่ประทับอย่างถาวร พระราชวังทอปกาปึนี้มีอาณาบริเวณกว้างใหญ่กินเนื้อที่เกือบ 700,000 ตารางเมตร ล้อมรอบด้วยกำแพงสูงตามแนวฝั่งทะเลมาร์มาร่า ภายในพระราชวังทอปกาปึกลายเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติที่ใช้เก็บมหาสมบัติอันล้ำค่า อาทิเช่น เพชร 96 กะรัต กริชทองประดับมรกต เครื่องลายครามจากจีน หยก มรกต ทับทิม และเครื่องทรงของสุลต่านในแต่ละยุคสมัย นำท่านเข้าชมความยิ่งใหญ่ของสิ่งก่อสร้างของชาวโรมันในอดีต อ่างเก็บน้ำใต้ดินเยเรบาตัน        Underground Cistern ซึ่งเป็นอุโมงค์เก็บน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในอิสตันบูล สามารถเก็บน้ำได้มากถึง 88,000 ลูกบาศก์เมตร สร้างขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 6 ภายในอุโมงค์ มีเสากรีกต้นสูงใหญ่ค้ำเรียงรายเป็นแถวถึง 336 ต้น และมีเสาต้นที่เด่นมากคือ เสาเมดูซ่า อิสระให้ท่านถ่ายรูปและชมความงามใต้ดินของอุโมงค์เก็บน้ำขนาดใหญ่ จากนั้นเป็นเวลาของนักช้อป นำท่านสู่ย่านการค้าชื่อดัง        “แกรนด์บาร์ซาร์” Grand Bazaar ซึ่งเป็นตลาดเก่าแก่ที่สร้างในสมัยกลาง ค.ศ. 15 เป็นตลาดค้าพรมและทองที่ใหญ่ที่สุดของตุรกี มีร้านค้ากว่า 4,000 ร้าน ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับการเลือกซื้อสินค้าที่มีชื่อเสียงของตุรกีอย่างจุใจ เช่น โคมไฟ, ของฝาก, ผ้าพันคอ ฯลฯ

ค่ำ                    รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ที่ Steingenberger Hotel 5*หรือเทียบเท่า  

วันที่สามของการเดินทาง        ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส-พระราชวังโดลมาบาเช่

                                            เมืองชานัคคาเล่

เช้า                   รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านต่อด้วยการ ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส Cruise Along the Bosphorus ซึ่งเป็นช่องแคบขนาดใหญ่และสองฝั่งมีความสวยงามมาก ช่องแคบนี้ทำหน้าที่เป็นเส้นแบ่งระหว่างยุโรป และเอเชีย เชื่อมระหว่าง ทะเลดำThe Black Sea เข้ากับ ทะเลมาร์มาร่า Sea of Marmara มีความยาว 32 กิโลเมตร ให้ท่านได้ชมทิวทัศน์ทั้งสองข้างที่สวยงามตระการตาของ ช่องแคบบอสฟอรัสที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญยิ่งในการป้องกันประเทศตุรกีอีกด้วย เพราะมีป้อมปืนตั้งเรียงรายอยู่ตามช่อง

 

 

แคบเหล่านี้ นำท่านเข้าชม พระราชวังโดลมาบาเช่ Dolmabahce Palace เป็นพระราชวังที่สะท้อนให้เห็นถึงความเจริญอย่างสูงสุดทั้งทางวัฒนธรรมและทางวัตถุของจักรวรรดิออตโตมัน ซึ่งได้แผ่ขยายอำนาจออกไปอย่างกว้างขวาง พระราชวังแห่งนี้สร้างโดยสุลต่าน อับดุล เมอซิท ในปี ค.ศ. 1843 ใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้น 12 ปี เพราะความที่สุลต่านทรงเป็นผู้คลั่งไคล้ยุโรปอย่างสุดขอบ ดังน้นไม่ว่าจะเป็นศิลปะ วัฒนธรรม การดำรงชีวิต ตลอดจนการทหาร ล้วนคัดลอกมาจากตะวันตกทั้งสิ้น พระราชวังแห่งนี้ออกแบบโดยสถาปนิกคู่ใจชาวอาเมเนี่ยน ชื่อบัลยัน เป็นศิลปะผสผสานของยุโรปตะวันออกที่ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม ภายนอกพระราชวังประดับตกแต่งด้วยสวนไม้ดอกรายล้อมพระราชวังซึ่งอยู่เหนืออ่าวเล็กๆ ของช่องแคบบอสฟอรัส ภายในประกอบด้วยห้องต่าง ๆ ตกแต่งด้วยโคมระย้า บนไดลูกกรง แก้วเจียระไน และ โคมไฟมหึมาหนัก 4.5 ตัน ซึ่งแขวนไว้อย่างโดดเด่นในห้องท้องพระโรง

เที่ยง                รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน

นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองอีเซียบัท Eceabat (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมงครึ่ง) จากนั้นนำท่านข้ามช่องแคบดาดาแนลด์โดยเรือเฟอร์รี่ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ขึ้นฝั่งที่ เมืองชานัคคาเล่ Chanakkale ตั้งอยู่ริมทะเลมาร์มาร่า ตัดกับทะเลอีเจียน

ค่ำ                    รับประทานอาหารค่ำแบบบุฟเฟต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

พักค้างคืน ที่      Kolin  Hotel 5*    หรือเทียบเท่า       www.kolinhotel.com

วันที่สี่ของการเดินทาง              กรุงทรอย-ชมม้าไม้แห่งกรุงทรอย-เมืองเปอร์กามัม

                                             วิหารอะโครโปลิส-เมืองคูซาดาซึ

เช้า                   รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านสู่ กรุงทรอย Troy ชม ม้าไม้แห่งกรุงทรอย Wooden Horse of Troy สร้างขึ้น เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่หลงใหลในมหากาพย์อีเลียดได้เห็นด้วยตาของตนเองอีกด้วย ได้เวลาพอสมควร นำท่านเดินทางสู่ เมืองเปอร์กามัม Pergamum

เที่ยง                รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

นำท่านชมความสวยงามของ วิหารอะโครโปลิส Acropolis ซึ่งถูกกล่าวขวัญว่าเป็นประหนึ่งดินแดนในเทพนิยาย มี โรงละครที่ชันที่สุดในโลก ซึ่งจุผู้ชมได้ถึง 10,000 คน จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองคูซาดาซึ Kusadasi ที่แปลว่า เกาะนก ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศตุรกีติดกับชายฝั่งทะเลอีเจียนเป็นท่าเรือที่สำคัญ เรื่อที่ล่องทะเลอีเจียนจะจอดเรียงรายกันอยู่ที่เมืองคูซาดาซึ แห่งนี้เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ขึ้นฝั่งไปเที่ยว เมืองเอฟฟิซุส Ephesus

ค่ำ                    รับประทานอาหารค่ำแบบบุฟเฟต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

พักค้างคืน ที่        Le Bleu  Hotel 5*   หรือเทียบเท่า        www.lebleuhotel.com

วันที่ห้าของการเดินทาง        เมืองคูซาดาซึ-บ้านพระแม่มารี-เมืองโบราณเอฟฟิซุส

                                          เมืองปามุคคาเล่-ปราสาทปุยฝ้าย

 

เช้า                   รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่าน ช้อปปิ้ง ณ ศูนย์ผลิตเสื้อหนังคุณภาพสู ผลิตเสื้อหนังส่งให้กับแบรนด์ดังในอิตาลี Versace , Prada , Michael Kors  อิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้าได้ตามอัธยาศัย นำท่านเดินทางสู่ บ้านพระแม่มารี The Virgin Mary’s House ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นที่สุดท้ายที่พระแม่มารีมาอาศัยอยู่และสิ้นพระชนม์ในบ้านหลังนี้ ถูกค้นพบอย่างปฏิหารย์ โดยแม่ชีตาบอดชาวเยอรมันชื่อ แอนนา แคเธอรีน เอมเมอริช Anna Catherine Emmerich ค.ศ. 1774-1824 ได้เขียนบรรยายสถานที่ไว้ในหนังสืออย่างละเอียดราวกับเห็นด้วยตาตนเอง เมื่อเธอเสียชีวิตลง มีคนพยายามสืบเสาะค้นหาบ้านหลังนี้ จนพบในปี ค.ศ. 1891 ปัจจุบันบ้านพระแม่มารีได้รับการบูรณะเป็นบ้านอิฐชั้นเดียว ภายในมีรูปปั้นของพระแม่มารี ซึ่ง พระสันตะปาปา โป๊ป เบเนดิกส์ที่ 16 ได้เคยเสด็จเยือนที่นี่ บริเวณด้านนอกของบ้านมีก๊อกน้ำสามก๊อกที่เชื่อว่าเป็นก๊อกน้ำที่มีความศักดิ์สิทธิ์ แทนความเชื่อในเรื่อง สุขภาพ ความร่ำรวย และ ความรัก ถัดจากก๊อกน้ำเป็น กำแพงอธิษฐาน ซึ่งมีความเชื่อว่าหากต้องการให้สิ่งที่ปรารถนาเป็นความจริงให้เขียนลงในผ้าฝ้ายแล้วนำไปผูกไว้แล้วอธิษฐาน นำท่านเดินทางสู่ เมืองเอฟฟิซุส City of Ephesus ซึ่งเป็นเมืองอาณาจักรโรมัน ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชียในสมัยนั้น ในอดีตเอฟฟิซุสเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของโรมันในคาบสมุทรอนาโตเลียเป็นศูนย์กลางทางการค้า การคมนาคม ตั้งอยู่ริมทะเล จนได้รับการกำหนดให้เป็นเมืองหลวงแห่งเอเชียของอาณาจักรโรมัน เมืองเอฟฟิซุสมีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่ยุคกรีกโบราณ ซากเมืองที่เห็นในปัจจุบันมีความสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก อาจจะเป็นรองแค่ปอมเปอีเท่านั้น นำท่านเข้าชม ห้องอาบน้ำแบบโรมันโบราณ Roman Bath ที่ยังคงเหลือร่องรอยของห้องอาบน้ำให้เห็นอยู่จนถึงทุกวันนี้ นำท่านชม วิหารแห่งจักรพรรดิเฮเดรียน Temple of Hadrian ซึ่งเป็นจักรพรรดิที่ยิ่งใหญ่อีกองค์หนึ่งของโรมัน ความโดดเด่นของวิหารแห่งนี้คืออยู่ในสภาพที่สมบูรณ์มาก ด้านหน้าสร้างเป็นเสา โครินเธียน 4 ต้น คู่กลางรองรับโค้งครึ่งวงกลมที่เรียงอย่างสวยงาม โค้งด้านหลังมีภาพแกะสลักเป็นรูปนางเมดูซ่า หัวเป็นงู นำชมอาคารที่โดดเด่นที่สุดจนกลายเป็นสัญลักษณ์ของเอฟฟิซุส คือ หอสมุทรเซลซุส Library of

Celsus เป็นอาคารสองชั้น ด้านหน้าหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเพื่อรับแสงสว่างยามเช้า ห้องสมุดนี้สร้างขึ้นในราวปี ค.ศ. 114 โดย ทิเบเรียส จูเลียส อกีลา Julius Aquila เพื่ออุทิศให้เป็นอนุสรณ์แด่พ่อของท่าน ซึ่งเป็นนายกเทศมนตรีของโรมันที่ปกครองแคว้นเอเชียไมเนอร์ ด้านหน้ามี รูปปั้นของเทพี 4 องค์ ได้แก่ Sophia (เทพีแห่งปัญญา), Arete (เทพีแห่งความดี), Ennoia (เทพีแห่งความคิด), Episteme (เทพีแห่งความรู้), จากนั้นนำท่านเข้าชมสิ่งก่อสร้างที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเอฟฟิซุส คือ โรงละคร Great Theatre ซึ่งสร้างโดยการสกัดไหล่เขาให้เป็นที่นั่ง สามารถจุคนได้ถึง 25,000 คน คิดเป็น 1 ใน 10 ของประชากรในยุคนั้น เดิมสร้างตั้งแต่สมัยกรีกโบราณ โรมันมาปรับปรุงซ่อมแซมให้ยิ่งใหญ่มากขึ้น ขนาดใหญ่ที่สุดในนครเอฟฟิซุส คือ โรงละคร Great Theatre

 

ซึ่งสร้างโดยสกัดเข้าไปในไหล่เขาให้เป็นที่นั่ง สามารถจุคนได้ถึง 25,000 คน ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 10 ของประชากรในยุคนั้น สร้างสมัยกรีกโบราณ แต่พวกโรมันมาปรับปรุงให้ยิ่งใหญ่มากขึ้น นำท่านช้อปปิ้ง ณ ศูนย์ผลิตเสื้อหนังคุณภาพสูง ซึ่งตุรกีเป็นประเทศที่ผลิตหนังที่มีคุณภาพที่สุด อีกทั้งยังผลิตเสื้อหนังส่งให้กับแบรนด์ดังในอิตาลี เช่น Versace , Prada , Michael Kors  อิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้าได้ตามอัธยาศัย

เที่ยง                รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองปามุคคาเล่ Pamukkale (ระยะทางประมาณ 185 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง) คำว่า “ปามุคคาเล่” ในภาษาตุรกี หมายถึง “ปราสาทปุยฝ้าย” Pamuk หมายถึง ปุยฝ้าย และ Kale หมายถึง ปราสาท เป็นน้ำตกหินปูนสีขาวที่เกิดขึ้นจากธารน้ำใต้ดินที่มีอุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นที่มีแร่หินปูน (แคลเซี่ยมออกไซด์) ผสมอยู่ในปริมาณที่สูงมาก ไหลรินลงมาจากภูเขา “คาลดากึ” ที่ตั้งอยู่ห่างออกไปทางทิศเหนือ รินเอ่อล้นขึ้นมาเหนือผิวดิน และทำปฏิกิริยาจับตัวแข็งเกาะกันเป็นริ้ว เป็นแอ่ง เป็นชั้น ลดหลั่นกันไปตามภูมิประเทศเกิดเป็นประติมากรรมธรรมชาติ อันสวยงามแปลกตาและโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ยากจะหาที่ใดเหมือน จนทำให้ ปามุคคาเล่ ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมในปี ค.ศ. 1988 นำท่านชม ปราสาทปุยฝ้าย (ปามุคคาล่) เมืองแห่งน้ำพุเกลือแร่ร้อน นำท่านชมหน้าผาที่ขาวกว้างใหญ่ด้านข้างของอ่างน้ำ เป็นรูปร่างคล้ายหอยแครงและน้ำตกแช่แข็ง ถ้ามองดูจะดูเหมือนสร้างจากหิมะ เมฆหรือปุยฝ้าย น้ำแร่ที่ไหลลงมาแต่ละชั้นจะแข็งเป็นหินปูน ห้อยย้อยเป็นรูปร่างต่าง ๆ อย่างมหัศจรรย์ น้ำแร่นี้มีอุณหภูมิประมาณ 33-33.5 องศาเซลเซียส ประชาชนจึงนิยมไปอาบหรือนำมาดื่ม เพราะเชื่อว่ามีคุณสมบัติในการรักษาโรคหัวใจ โรคไขข้ออักเสบ ความดันโลหิตสูง โรคทางเดินปัสสาวะ และโรคไต ในอดีตกาลชาวโรมันเชื่อว่าน้ำพุร้อนสามารถรักษาโรคได้

ค่ำ                    รับประทานอาหารค่ำแบบบุฟเฟต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

พักค้างคืน ที่    Colossae Hotel 5*   หรือเทียบเท่า   www.colossaehotel.com

วันที่หกของการเดินทาง         เมืองปามัคคาเล่-เมืองคอนย่า-พิพิธภัณฑ์เมฟลาน่า-เมือง

                                           คัปปาโดเกีย-ระบำหน้าท้อง

เช้า                   รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองคอนย่า Konya (ระยะทางประมาณ 387 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมง)

ซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเซลจูคในช่วงปี ค.ศ. 1071-1308 รวมทั้งยังเป็นศูนย์กลางที่สำคัญของภูมิภาคแถบนี้อีกด้วย ท่านจะได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพที่งดงามตามธรรมชาติตลอดสองฝั่งทางของภูมิภาคตอนกลางของประเทศตุรกี

 

 

เที่ยง                รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์เมฟลานา Mevlana Museum หรือสำนักลมวน ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1231 โดย เมฟลาน่า เจลาเลดดิน รูบี ซึ่งเชื่อกันว่าชายคนนี้เป็นผู้วิเศษของศาสนาอิสลาม หรือเรียกได้ว่าเป็นผู้ชักชวนคนที่นับถือศาสนาคริสต์ให้เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม พิพิธภัณฑ์เมฟลาน่า เดิม